ไวยากรณ์อิตาลี
สำรวจแนวคิดไวยากรณ์ 116 ข้อ — ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงขั้นสูง
นี่คือแผนผังไวยากรณ์ที่ขับเคลื่อน Settemila Lingue — แต่ละแนวคิดจะกลายเป็นชุดฝึกหัดเฉพาะเรื่องพร้อมแฟลชการ์ดที่สร้างโดย AI
ไม่พบผลลัพธ์
A1 (43)
สรรพนามประธานคือคำที่ใช้ระบุผู้กระทำในประโยค ในภาษาอิตาลี ได้แก่ io (ฉัน), tu (คุณ), lui/lei (เขา/เธอ), noi (พวกเรา), voi (พวกคุณ) และ loro (พวกเขา) สรรพนามเหล่านี้เป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่คุณจะเรียนในระดับ CEFR A1
ในภาษาอิตาลี คำนามทุกคำมีเพศทางไวยากรณ์ (genere grammaticale) คำนามจะถูกจัดเป็นเพศชาย (maschile) หรือเพศหญิง (femminile) แนวคิดนี้ไม่มีในภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ภาษาอิตาลีอย่างถูกต้อง เพราะเพศของคำนามจะกำหนดรูปแบบของคำนำหน้านาม (มาตรา) และคำคุณศัพท์ที่ใช้ร่วมกัน
ในภาษาอิตาลี เมื่อต้องการเปลี่ยนคำนามเป็นพหูพจน์ จะต้องเปลี่ยนตัวอักษรท้ายคำ ไม่เหมือนภาษาอังกฤษที่เพียงเติม "-s" ภาษาอิตาลีใช้การเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันตามเพศและตัวอักษรท้ายของคำนาม นี่คือไวยากรณ์พื้นฐานในระดับ CEFR A1 ซึ่งจำเป็นต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง
ตัวอักษรและการออกเสียงเป็นก้าวแรกในการเรียนภาษาอิตาลี ในฐานะพื้นฐานของระดับ CEFR A1 การออกเสียงที่ถูกต้องจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับทักษะการฟังและการพูดของคุณ
สำนวนพื้นฐานคือกลุ่มวลีสำคัญที่คุณต้องรู้เป็นอันดับแรกเมื่อเริ่มเรียนภาษาอิตาลี ประกอบด้วยคำทักทาย สำนวนสุภาพ การปฏิเสธอย่างง่าย และคำว่า "ecco" (นี่คือ / นั่นคือ) ที่ใช้งานได้อเนกประสงค์ เนื้อหาเหล่านี้อยู่ในระดับ CEFR A1 ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สุดของการสื่อสารภาษาอิตาลี
คำนำหน้านามชี้เฉพาะ (articoli determinativi) ในภาษาอิตาลีใช้วางหน้าคำนามเพื่อระบุว่าเป็นสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือรู้จักแล้ว เทียบได้กับ "the" ในภาษาอังกฤษ แต่ภาษาอิตาลีมีถึง 7 รูปแบบ: il, lo, la, l', i, gli, le โดยรูปแบบที่ใช้ขึ้นอยู่กับเพศของคำนาม (ชาย/หญิง) จำนวน (เอกพจน์/พหูพจน์) และตัวอักษรตัวแรกของคำนาม
ภาษาอิตาลีมีคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะสี่คำ — un, uno, una, un' — ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "a" หรือ "an" หมายถึง "หนึ่ง" เช่นเดียวกับคำนำหน้านามชี้เฉพาะ การเลือกรูปแบบที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับสองปัจจัย: เพศ ของคำนาม (เพศชายหรือเพศหญิง) และ ตัวอักษรแรก (หรือตัวอักษรแรกหลายตัว) ของคำนาม ต่างจากคำนำหน้านามชี้เฉพาะ คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะมีเฉพาะรูปเอกพจน์เท่านั้น — ภาษาอิตาลีไม่มีคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะพหูพจน์ (คำนำหน้านามแบ่งส่วน dei, degli, delle ทำหน้าที่คล้ายกันแต่เป็นหัวข้อแยกต่างหาก)
Nai phasa Italian kham buphabot ha kham thi chai boi — di, a, da, in, su — ruam kap kham nam nai thi tam ma khang lang pen kham diaw riak wa preposizione articolata (kham buphabot pracham thi ruam kham nam nai). Thaen thi cha phut "di il libro" cha phut del libro; thaen thi cha phut "a la stazione" cha phut alla stazione. Kan ruam kham ni mai chai thang lueak — kan chai song kham yak kan thuek pen khwam phit thang waiyakon.
kham kriya essere (pen/yu) pen nueng nai kham kriya thi samkhan thi sut lae chai boi thi sut nai phasa italian. pen kriya tha thi mai pen pai tam kot pokat, mai dai tam rup baep mattrathan lae tong thong jam. khun cha chai essere lal sip khrang nai thuk kan sontana.
Avere (มี) เป็นหนึ่งในสองคำกริยาที่สำคัญที่สุดในภาษาอิตาลี ควบคู่กับ essere (เป็น/อยู่/คือ) เป็นคำกริยาผิดรูปที่คุณจะใช้ตลอดเวลา — ทั้งเป็นคำกริยาหลักเพื่อแสดงการครอบครอง และเป็นกริยาช่วยเพื่อสร้างกาลผสมเช่น passato prossimo (อดีตกาลผสม)
Kham kriya pokati -ARE pen klum kham kriya thi yai thi sut lae mi phon phlit mak thi sut nai phasa italian. Tha khun chai ruup baep kan phan kham kriya ni dai, khun ja samat chai kham kriya dai pen roi tua thanthi. Singni tham hai pen nung nai chut waiyakorn thi khum kha mak thi sut samrap radan A1.
กริยาปกติ -ERE เป็นกลุ่มการผันที่สองในภาษาอิตาลี กริยาเหล่านี้เป็นไปตามรูปแบบที่คาดเดาได้: ตัดปัจจัย -ere ออกจากรูปไม่แท้ (infinitive) แล้วเติมปัจจัยบุรุษที่เหมาะสม เมื่อเรียนรู้รูปแบบนี้แล้ว จะสามารถผันกริยาอิตาลีทั่วไปได้หลายสิบคำ
กริยาปกติ -IRE เป็นกลุ่มการผันกริยาที่สามในภาษาอิตาลี เป็นกริยาที่รูป infinitive ลงท้ายด้วย -ire และเป็นไปตามรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน โดยไม่ต้องแทรก -isc- ในระดับ A1 การเชี่ยวชาญกลุ่มนี้ช่วยให้คุณสามารถแสดงการกระทำในชีวิตประจำวัน เช่น นอน ออกเดินทาง รู้สึก และเปิด
กริยาภาษาอิตาลีส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย -ire ผันตามรูปแบบปกติ อย่างไรก็ตาม กริยา -ire กลุ่มใหญ่จะแทรก -isc- ระหว่างรากศัพท์กับคำลงท้ายในบางรูปของกาลปัจจุบัน กริยาเหล่านี้บางครั้งเรียกว่า "กริยา isc" หรือ "กริยาผันที่สามที่มีอุปสรรค -isc-"
กริยา potere (สามารถ, ทำได้) เป็นหนึ่งในสามกริยาช่วยแบบ modal ที่สำคัญในภาษาอิตาลี ร่วมกับ volere (ต้องการ) และ dovere (ต้อง) กริยาช่วยแบบ modal มีความพิเศษตรงที่ไม่เคยใช้ลำพัง — จะจับคู่กับกริยาในรูป infinitive (รูปพื้นฐาน) เสมอเพื่อทำให้ความหมายสมบูรณ์ เมื่อคุณพูดว่า «Posso parlare italiano» (ฉันสามารถพูดภาษาอิตาลีได้) potere แสดงความสามารถ และ parlare ให้การกระทำ
กริยา volere (ต้องการ) เป็นหนึ่งในสามกริยาช่วย (modal verb) หลักของภาษาอิตาลี ร่วมกับ potere (สามารถ) และ dovere (ต้อง) กริยาช่วยมีความพิเศษตรงที่มักจะวางไว้หน้ากริยาอีกตัวหนึ่งในรูป infinitive เพื่อปรับเปลี่ยนความหมาย Volere ใช้แสดงความปรารถนา ความตั้งใจ หรือคำขอ
kham kriya dovere (tong / champen tong) pen nueng nai sam kham kriya chuai (modal verb) thi samkhan thi sut khong phasa italian, khu kap potere (samat) lae volere (tongkan). man sadaeng thueng nathi, khwam champen, lae — nai kan chai radap sung khuen — khwam pen pai dai. nai radap A1, khun cha chai man talot wela: "chan tong rian," "khun tong chaai ngoen," "rao tong pai."
Andare (ไป) และ venire (มา) เป็นกริยาที่สำคัญที่สุดสองคำในภาษาอิตาลี ซึ่งคุณจะใช้ตั้งแต่บทสนทนาแรก ๆ กริยาทั้งสองบอกถึงการเคลื่อนที่: andare หมายถึงการไปที่ไหนสักแห่ง และ venire หมายถึงการมาหาผู้พูดหรือผู้ฟัง ทั้งสองคำเป็นกริยาผิดรูป คือไม่เป็นไปตามรูปแบบการผันกริยามาตรฐานของกลุ่ม -ARE หรือ -IRE
kham kriya fare pen nueng nai kham kriya thi mi khwam khlueanwai mak thisut lae chai boi thisut nai phasa italian plae dai praman wa "tham" rue "sang" nai phasa thai tae khobet khong kan chai kwang kwang kwa mak fare prak tot nai samnak ngan chamnum mak khong kan saedaeng ok pracham wan — tang tae akas thung kij watkam pracham wan, kit chkam, lae kan suehsan pen nueng nai kham kriya raek thi khun cha phop nai radeup A1
กริยา stare เป็นหนึ่งในกริยาที่โดดเด่นที่สุดของภาษาอิตาลีและเป็นแหล่งที่มาของความสับสนที่พบบ่อยสำหรับผู้เรียน แม้ว่าจะแปลได้คร่าว ๆ ว่า "อยู่" หรือ "เป็น" แต่การใช้งานของมันมีความเฉพาะเจาะจงมากและไม่ทับซ้อนกับ essere (เป็น/อยู่) อย่างสมบูรณ์ การเข้าใจว่าเมื่อไหร่ควรใช้ stare แทน essere เป็นทักษะสำคัญในระดับ A1
kham kriya dare (hai, mop hai) pen nueng nai kriya phi pokati tua raek thi khun cha phop nai radap A1 khong phasa italian thueng mee wa man yu nai khrop khrua kriya -ARE tae man mai tam rup baep kan phan kriya pokati rup khong man san lae mi laksana phiset — bang rup mi phiang song tua aksorn — tham hai man ngai thi cha jam dai tae ko ngai thi cha sap son kap kham un duai
Phasa italian mi song khamkriya thi trong kap phasa thai "ruu" lae "ruu jak": sapere lae conoscere. man mai samaat chai thaen kan dai. Sapere chai samrap khwam jing, khao mun, lae thaksa — sing thi ruu thang san panya reu samaat tham dai. Conoscere chai samrap khwam khun khoei — khon thi dai phop, sathanathi thi dai pai, reu sing thi mi pra sop kan doi trong.
ในภาษาอิตาลี การแสดงออกว่าชอบอะไรทำงานแตกต่างจากภาษาไทยอย่างมาก แทนที่จะพูดว่า "ฉันชอบพิซซ่า" ภาษาอิตาลีกลับประโยค: สิ่งที่ชอบกลายเป็นประธาน และคนกลายเป็นกรรมทางอ้อม "Mi piace la pizza" แปลตรงตัวว่า "พิซซ่าทำให้ฉันพอใจ"
Kham kriya sathon khue kham kriya thi kan kratham klap ma thi tua phu kratham eng — khon thi tham kan kratham pen phu rap kan kratham duay. Nai phasa thai khwam khit ni khlai kap "lang na", "taeng tua", rue "tham tua" thi bong thueng tua eng pen phu rap. Nai phasa italian kham kriya sathon chai kan maak lae pen suan samkhan khong phasa nai chiwit prajam wan.
สำนวน c'è (มี, เอกพจน์) และ ci sono (มี, พหูพจน์) เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระดับ A1 ใช้เพื่อบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่หรือมีอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ตั้งแต่การบรรยายห้อง ("มีโต๊ะ") ไปจนถึงการพูดถึงเมืองของคุณ ("มีสวนสาธารณะหลายแห่ง")
Nai phasa italian, khamsap tong sod khlong kap khamnam thi man at-thibai thang nai phet (phet chai rue phet ying) lae canuan (ekkaphot rue pahu phot). Ni pen nueng nai kot thi pen phuen than thi sut khong waiyakorn italian lae chai nai thuk prayok thi mi kan at-thibai.
Bello (สวย/งาม) และ buono (ดี) เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บ่อยที่สุดสองคำในภาษาอิตาลี — และยังเป็นสองคำที่ยากที่สุดในระดับ A1 ต่างจากคำคุณศัพท์ปกติที่เพียงเปลี่ยนคำลงท้ายตามเพศและจำนวน bello และ buono จะมีรูปย่อพิเศษเมื่ออยู่หน้าคำนาม
คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าสิ่งใดเป็นของใคร — "หนังสือของฉัน" "รถของคุณ" "บ้านของพวกเขา" ในภาษาอิตาลี ได้แก่: mio, tuo, suo, nostro, vostro, loro ต่างจากภาษาไทย คำคุณศัพท์เหล่านี้เปลี่ยนรูปตามเพศและจำนวนของสิ่งที่ถูกครอบครอง ไม่ใช่ตามผู้ครอบครอง ดังนั้น "ของฉัน" อาจเป็น mio, mia, miei หรือ mie ขึ้นอยู่กับคำนามที่ตามมา
Kham chii khue kham thii chai phue chii pai yang sing thii chapoeh — nai phasa thai khue "nii" lae "nan". Nai phasa italian questo (nii/sing nii) lae quello (nan/sing nan) khue kham chii song kham phuen than thii champen tang tae radeap A1.
ในภาษาไทย คำคุณศัพท์มักอยู่หลังคำนาม: "รถสีแดง" "บ้านหลังใหญ่" ภาษาอิตาลีก็มีลักษณะคล้ายกัน — คำคุณศัพท์ส่วนใหญ่อยู่หลังคำนาม แต่มีกลุ่มเล็กๆ ของคำคุณศัพท์ที่ใช้บ่อยและสั้นๆ ที่มักจะวางไว้ข้างหน้าคำนาม การใช้ลำดับคำนี้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพูดภาษาอิตาลีอย่างเป็นธรรมชาติ
คำบุพบทเป็นคำสั้นๆ ที่เชื่อมคำนาม สรรพนาม และวลีกับส่วนอื่นๆ ของประโยค แสดงความสัมพันธ์เช่น ทิศทาง สถานที่ แหล่งกำเนิด และความเป็นเจ้าของ คำบุพบทธรรมดาที่ใช้บ่อยที่สุดสี่คำในภาษาอิตาลีคือ a (ไปยัง, ที่, เวลา), di (ของ, จาก — ความเป็นเจ้าของและแหล่งกำเนิด), da (จาก, โดย, ที่บ้านใครบางคน) และ in (ใน, ไปยัง — ใช้กับประเทศและพื้นที่กว้าง) ทั้งสี่คำนี้ปรากฏในเกือบทุกประโยคภาษาอิตาลี ทำให้เป็นคำศัพท์จำเป็นตั้งแต่วันแรกของการเรียน
Nok chak kham buphabot phuenthan di, a, da, in laew, phasa Italian yang mi kham buphabot ngai si tua thi khun cha chai yu talot rawdap A1: con (kap/duai), su (bon/kiewkap), per (samrap/phan/phro) lae tra/fra (rawang/nai mu/ik). Kham buphabot hao ni chai ngai kwa phro — tang chak di, a, da lae in — man mai ruam kap kham namna thammada.
การถามคำถามเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดเมื่อเรียนภาษาใหม่ ในภาษาอิตาลี คำถามสร้างขึ้นได้สองวิธีหลัก: ใช้คำถาม (chi, che/cosa, dove, quando, come, perché) หรือเพียงแค่เปลี่ยนน้ำเสียงของประโยคบอกเล่าให้กลายเป็นคำถามใช่/ไม่ใช่
เมื่อคุณต้องการถามว่า "เท่าไหร่?" "กี่?" หรือ "อันไหน?" ภาษาอิตาลีใช้คำถามสำคัญสองคำ: quanto และ quale สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในระดับ A1 สำหรับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน — ช้อปปิ้ง สั่งอาหาร ถามทาง และเลือกสิ่งต่างๆ
จำนวนนับ (numeri cardinali) คือตัวเลขที่ใช้นับจำนวนสิ่งของ จำนวนนับ 0 ถึง 100 เป็นความรู้พื้นฐานที่จำเป็นในระดับ A1 ของภาษาอิตาลี คุณจะใช้ตัวเลขเหล่านี้ในชีวิตประจำวันแทบทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของ บอกอายุ หมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่
เลขลำดับ (numeri ordinali) คือตัวเลขที่ใช้บอกลำดับหรือตำแหน่งในชุดของสิ่งต่างๆ เช่น "ที่หนึ่ง" "ที่สอง" "ที่สาม" ในภาษาอิตาลี เลขลำดับเป็นไวยากรณ์พื้นฐานที่จำเป็นตั้งแต่ระดับ A1 ใช้ในหลายสถานการณ์ เช่น ชั้นของอาคาร วันที่ ศตวรรษ อันดับ และอื่นๆ อีกมากมาย
เวลาและวันที่ (ora e data) เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะนัดเวลาพบกัน วางแผนตารางงาน หรือบอกวันเกิด สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของการสื่อสาร นี่เป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญแรกๆ ที่คุณจะได้เรียนในระดับ A1 ของภาษาอิตาลี
คำวิเศษณ์บอกความถี่ (avverbi di frequenza) และ คำวิเศษณ์บอกเวลา (avverbi di tempo) ในภาษาอิตาลีเป็นคำสำคัญที่ใช้บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนและเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เทียบได้กับ "always", "never", "today", "tomorrow" ในภาษาอังกฤษ และถูกใช้บ่อยมากในการสนทนาประจำวัน
คำวิเศษณ์บอกสถานที่ (avverbi di luogo) ในภาษาอิตาลีเป็นคำสำคัญที่ใช้บอกว่าสิ่งของอยู่ที่ไหนหรือการกระทำเกิดขึ้นที่ใด เทียบได้กับ "here", "there", "near", "far" ในภาษาอังกฤษ และถูกใช้บ่อยมากในการสนทนาประจำวัน
molto/troppo/poco (Molto, Troppo e Poco) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำบอกปริมาณที่ทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นคำคุณศัพท์ ซึ่งต้องสอดคล้องกับคำนาม และเป็นกริยาวิเศษณ์ ซึ่งไม่เปลี่ยนรูปเมื่อขยายกริยาหรือคำคุณศัพท์ ได้แก่ molto, troppo, poco และ tanto
Pronomi Diretti เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเริ่มต้น (A1) สรรพนามกรรมตรง (mi, ti, lo, la, La, ci, vi, li, le) ใช้แทนกรรมตรงของประโยค โดยปกติมักวางหน้ากริยาที่ผันแล้ว และอาจไปติดท้าย infinitive ได้.
Pronomi Indiretti เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเริ่มต้น (A1) สรรพนามกรรมรอง (mi, ti, gli, le, Le, ci, vi, gli/loro) ใช้แทนความหมายว่า “ให้ใคร/กับใคร” โดยปกติมักวางหน้ากริยา และในภาษาอิตาลีที่พูดกันปัจจุบัน gli มักใช้แทน loro ได้บ่อย.
คำสันธานพื้นฐาน (Congiunzioni di Base) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำสันธานเชื่อมความที่พบบ่อย เช่น e (และ), o (หรือ), ma (แต่), però (อย่างไรก็ตาม), perché (เพราะ), anche (ด้วย), quindi (ดังนั้น), oppure (หรือไม่ก็)
A2 (16)
Passato Prossimo เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเบื้องต้น (A2) กาลอดีตแบบประกอบ สร้างด้วยกริยาช่วย (avere หรือ essere) ร่วมกับ past participle โดยกริยาการเคลื่อนไหวและกริยาสะท้อนกลับมักใช้ essere และต้องระวังเรื่องการสอดคล้องของ participle.
Participi Passati Irregolari เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเบื้องต้น (A2) กริยาที่มี past participle แบบไม่เป็นไปตามรูปปกติที่พบบ่อย เช่น fare→fatto, scrivere→scritto, leggere→letto, dire→detto, vedere→visto, prendere→preso, essere→stato, aprire→aperto, chiudere→chiuso, mettere→messo.
passato prossimo กับ essere (Passato Prossimo con Essere) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) กริยาที่ใช้ essere เป็นกริยาช่วย ได้แก่ กริยาแสดงการเคลื่อนที่ เช่น andare, venire, partire, arrivare กริยาบอกการเปลี่ยนสภาพ เช่น nascere, morire, diventare และ stare/restare/rimanere กริยาช่องอดีตต้องสอดคล้องกับประธานตามเพศและจำนวน
Verbi Riflessivi al Passato เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีระดับเบื้องต้น (A2) ว่าด้วยการใช้คำกริยาสะท้อนกลับใน passato prossimo โดยคำกริยากลุ่มนี้ใช้ essere เป็นกริยาช่วยเสมอ และ past participle ต้องสอดคล้องกับประธาน
Accordo del Participio Passato เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเบื้องต้น (A2) past participle ต้องสอดคล้องกับประธานเมื่อใช้กับ essere และอาจสอดคล้องกับกรรมตรงที่อยู่ก่อนหน้าเมื่อใช้กับ avere โดยเฉพาะเมื่อเป็นสรรพนามกรรมตรง แต่ถ้ากรรมอยู่หลังกริยา มักไม่ต้องเปลี่ยนรูป เช่น Ho visto Maria แต่ L'ho vista.
Partitive Articles (Articoli Partitivi) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำนำหน้านามที่แสดงความหมายว่า 'บ้าง/จำนวนหนึ่ง': del, dello, della, dell', dei, degli, delle ซึ่งเกิดจาก di + คำนำหน้านามชี้เฉพาะ ใช้แสดงปริมาณที่ไม่ระบุชัดเจน: Vuoi del pane? (อยากได้ขนมปังบ้างไหม?) Ho comprato delle mele. (ฉันซื้อแอปเปิลมาบ้าง)
ne แบบแบ่งส่วน (Ne Partitivo) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) สรรพนาม ne ใช้แทน di + คำนาม หรือบอกปริมาณ เช่น บางส่วน จำนวนหนึ่ง หรือ 'ของสิ่งนั้น/ของพวกนั้น' สำคัญมากเมื่อใช้กับตัวเลขและคำบอกปริมาณ เช่น Quanti ne vuoi? Ne voglio due. และยังใช้แทนโครงสร้าง di + infinitive ได้ด้วย
การใช้ ci แทนสถานที่ (Ci di Luogo) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำสรรพนาม ci ใช้แทนสถานที่หรือตำแหน่ง เช่น “ที่นั่น”, “ไปที่นั่น” หรือ “ในนั้น” โดยมักแทนวลีที่ขึ้นต้นด้วย a หรือ in + สถานที่ เช่น Vai a Roma? Sì, ci vado domani. นอกจากนี้ยังพบในสำนวนอย่าง ci vuole, ci metto, crederci, และ pensarci.
คำกริยาช่วยในอดีต (Verbi Modali al Passato) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) ครอบคลุม potere, volere และ dovere ใน passato prossimo การเลือกกริยาช่วยขึ้นอยู่กับ infinitive ที่ตามมา เช่น Ho dovuto mangiare (ใช้ avere) เทียบกับ Sono dovuto andare (ใช้ essere) แต่ในภาษาอิตาลีพูดมักใช้ avere กับทุกกรณี
คำคุณศัพท์ไม่เจาะจง (Aggettivi Indefiniti) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำคุณศัพท์ที่บอกปริมาณแบบไม่เจาะจง เช่น qualche (บาง, ใช้รูปเอกพจน์เสมอ), alcuni/e (บาง, พหูพจน์), ogni (ทุก, เอกพจน์), tutto/a/i/e (ทั้งหมด), altro/a/i/e (อื่น), certo/a/i/e (บาง/แน่นอน)
สรรพนามไม่เจาะจง (Pronomi Indefiniti) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) ใช้กล่าวถึงคนหรือสิ่งของที่ไม่ได้ระบุเฉพาะ เช่น qualcuno (ใครบางคน), qualcosa (บางสิ่ง), nessuno (ไม่มีใคร), niente/nulla (ไม่มีอะไร), ognuno (ทุกคน), tutto (ทุกอย่าง), altro (อื่น ๆ)
Avverbi con il Passato เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเบื้องต้น (A2) คำวิเศษณ์เวลาที่ใช้ร่วมกับ passato prossimo บ่อย ได้แก่ già (แล้ว), ancora (ยัง/ยังไม่), mai (เคย/ไม่เคย), sempre (เสมอ) และ appena (เพิ่ง) โดยตำแหน่งมักอยู่ระหว่างกริยาช่วยกับ past participle.
คำเชื่อมบอกเวลา เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำเชื่อมสำหรับความสัมพันธ์ทางเวลา เช่น quando (เมื่อ), mentre (ขณะที่), dopo che (หลังจาก), prima che (ก่อนที่ + congiuntivo), appena (ทันทีที่), finché (จนกว่า) ใช้เชื่อมอนุประโยคเพื่อบอกลำดับเวลา
สรรพนามสัมพันธ์ che เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) สรรพนามสัมพันธ์พื้นฐาน che แปลได้ว่า “ผู้ซึ่ง”, “สิ่งที่” หรือ “ที่” ใช้เชื่อมอนุประโยค รูปไม่เปลี่ยนทั้งเมื่อเป็นประธานและกรรมตรง และในภาษาอิตาลีไม่สามารถละได้เหมือนคำว่า “ที่” ในภาษาอังกฤษ
Stare per + Infinitive (Stare per + Infinito) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) เป็นโครงสร้างอนาคตอันใกล้ที่มีความหมายว่า 'กำลังจะ...': sto per partire (ฉันกำลังจะออกเดินทาง) ใช้แสดงการกระทำที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ สามารถใช้ในรูปปัจจุบันหรือ imperfetto: Stavo per uscire quando... (ฉันกำลังจะออกไปข้างนอกพอดีตอนที่...)
คำกริยาไร้ประธาน (Verbi Impersonali) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) เป็นคำกริยาที่ใช้เฉพาะบุรุษที่สามเอกพจน์ เช่น bisogna (จำเป็นต้อง), basta (พอแล้ว), sembra (ดูเหมือนว่า), pare (ปรากฏว่า), occorre (จำเป็นต้องมี/ต้องทำ) มักตามด้วย infinitive หรือ che + subjunctive
B1 (18)
กาลอดีตไม่สมบูรณ์ (Imperfetto) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) กาลอดีตสำหรับการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ การกระทำที่เป็นนิสัย หรือข้อมูลพื้นหลังในอดีต รูปปกติคือ -avo, -avi, -ava, -avamo, -avate, -avano สำหรับกริยา -are; -evo, -evi, -eva... สำหรับกริยา -ere; และ -ivo, -ivi, -iva... สำหรับกริยา -ire มีรูปไม่ปกติเพียงไม่กี่คำ เช่น essere, fare, dire, bere.
Passato Prossimo กับ Imperfetto เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) การเลือกระหว่าง passato prossimo (การกระทำเฉพาะที่เสร็จสิ้นแล้ว) กับ imperfetto (การกระทำที่ดำเนินอยู่ เป็นนิสัย หรือเชิงบรรยาย) ทั้งสองมักใช้ร่วมกัน: imperfetto ให้ฉากหลัง ส่วน passato prossimo ใช้กับเหตุการณ์หลัก
Futuro Semplice เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีระดับกลาง (B1) ว่าด้วยการสร้างรูปอนาคตอย่างง่าย โดยเติมคำลงท้ายกับรากคำกริยาที่ปรับแล้วเป็น -ò, -ai, -à, -emo, -ete และ -anno
Condizionale Presente เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลาง (B1) รูป conditional ปัจจุบันใช้สำหรับคำขออย่างสุภาพ ความปรารถนา และสถานการณ์สมมุติ มีการเปลี่ยนรากคล้าย future ได้แก่ -ei, -esti, -ebbe, -emmo, -este, -ebbero และมักพบกับ vorrei, potrei, dovrei.
Imperativo เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลาง (B1) รูปคำสั่งและคำขอร้อง โดยรูป tu มักเหมือน present indicative ส่วนรูป Lei ใช้รูป subjunctive คำสั่งปฏิเสธกับ tu ใช้ non + infinitive และสรรพนามมักไปติดท้ายคำกริยา ยกเว้นกับ Lei และรูปปฏิเสธ.
สรรพนามรวม (Pronomi Combinati) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) เมื่อสรรพนามกรรมรองและกรรมตรงรวมกัน: mi/ti/ci/vi → me/te/ce/ve ก่อน lo/la/li/le/ne Gli/le → glie- ติดกับสรรพนามกรรมตรง: glielo, gliela, glieli, gliele, gliene
สรรพนามสัมพันธ์ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ใช้เชื่อมอนุประโยค เช่น che (ผู้ซึ่ง/สิ่งที่/ที่ — เป็นประธานหรือกรรมตรง), cui (ผู้ซึ่ง/สิ่งที่ — หลังบุพบท), และ il/la quale ซึ่งเป็นทางเลือกที่เป็นทางการและต้องสอดคล้องกับเพศและจำนวน
ci และ ne (Ci e Ne) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ci ใช้แทนสถานที่ เช่น “ที่นั่น” วลีที่มี a/in + คำนาม หรือการใช้ในสำนวน เช่น pensarci, crederci ส่วน ne ใช้แทน di + คำนาม รูปแบ่งส่วน เช่น บางส่วน/บ้าง หรือปริมาณ เช่น uno, due, molti
สรรพนามเน้นเสียง (Pronomi Tonici) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) สรรพนามรูปเน้นหรือรูปแยก เช่น me, te, lui, lei, Lei, noi, voi, loro ใช้หลังบุพบท ใช้เพื่อเน้น ใช้ในการเปรียบเทียบ และหลัง ecco ไม่สามารถใช้แทนสรรพนามไม่เน้นในทางไวยากรณ์ได้
การเปรียบเทียบขั้นกว่า เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) การเปรียบเทียบความไม่เท่ากันใช้ più/meno + คุณศัพท์ + di (หน้าคำนามหรือสรรพนาม) หรือ che (หน้าคุณศัพท์ กริยา หรือบุพบท) รูปไม่ปกติที่พบบ่อย ได้แก่ migliore, peggiore, maggiore, minore
ขั้นสุด (Superlativi) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ขั้นสุดแบบเปรียบเทียบใช้คำนำหน้านาม + più/meno + คำคุณศัพท์ (+ di) ส่วนขั้นสุดแบบเน้นความหมายใช้รากคำคุณศัพท์ + -issimo/a/i/e หรือ molto + คำคุณศัพท์ รูปไม่ปกติที่พบบ่อย ได้แก่ ottimo, pessimo, massimo, minimo
กริยาวิเศษณ์บอกวิธีการ (Avverbi di Modo) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) กริยาวิเศษณ์ที่บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร สร้างจากคำคุณศัพท์รูปเพศหญิง + -mente เช่น lenta → lentamente คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -le หรือ -re จะตัด -e ท้ายคำออก เช่น facile → facilmente
Periodo Ipotetico della Realtà เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลาง (B1) ประโยคเงื่อนไขแบบเป็นจริงหรือเป็นไปได้ ใช้รูป Se + present/future แล้วตามด้วย present, future หรือ imperative เพื่อบอกเงื่อนไขที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้.
รูปต่อเนื่องด้วย stare เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) รูปแสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ สร้างด้วย stare + gerundio (-ando สำหรับกริยา -are, -endo สำหรับ -ere/-ire) เน้นว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้น สามารถใช้ได้หลายกาล เช่น sto/stavo/starò + gerundio
infinito ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) การใช้ infinito เป็นคำนาม มักใช้ร่วมกับคำนำหน้านามหรือบุพบท พบได้บ่อยกับแนวคิดนามธรรม เช่น il fare, il dire และในโครงสร้าง prima di + infinito, dopo + infinito แบบประกอบ, per + infinito เพื่อบอกวัตถุประสงค์
si แบบไม่ระบุประธาน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ใช้ si + กริยาบุรุษที่สามเอกพจน์เพื่อกล่าวแบบทั่วไป เช่น “คนเรา”, “ผู้คน” หรือ “คุณ” ในความหมายทั่วไป เมื่อใช้กับ essere + คุณศัพท์ คุณศัพท์มักอยู่รูปพหูพจน์ และกาลประกอบใช้ essere เป็นกริยาช่วย
si แบบกรรมวาจก (Si Passivante) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ใช้ si + กริยาบุรุษที่สามกับคำนามที่เป็นประธาน โดยกริยาต้องสอดคล้องกับคำนาม ทำหน้าที่เหมือนโครงสร้างกรรมวาจก พบได้บ่อยในป้ายและคำแนะนำ เช่น Si vendono appartamenti, Si parla italiano
Congiuntivo Presente เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลาง (B1) mood แบบ subjunctive ที่ใช้แสดงความสงสัย ความต้องการ อารมณ์ หรือความคิดเห็น มักตามหลัง che กับกริยาอย่าง pensare, credere, volere, sperare, temere หรือโครงสร้าง essere + คำคุณศัพท์ และมีรูปลงท้ายต่างจาก indicative.
B2 (15)
Congiuntivo Passato เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลางสูง (B2) subjunctive แบบประกอบ สร้างด้วย present subjunctive ของ avere/essere + past participle ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตภายในบริบทที่ต้องใช้ subjunctive โดยมากตามหลังประโยคหลักที่อยู่ในปัจจุบัน.
congiuntivo imperfetto เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) congiuntivo ในอดีตสำหรับการกระทำที่เกิดพร้อมกันหรือภายหลังเมื่อเทียบกับประโยคหลักในอดีต และใช้กับสมมติฐานด้วย รูปปกติลงท้ายด้วย -assi, -essi, -issi ส่วนรูปไม่ปกติสำคัญ ได้แก่ essere (fossi), dare และ stare
congiuntivo อดีตก่อนหน้า เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) เป็นกาลประกอบที่สร้างจาก congiuntivo imperfetto ของ avere/essere + participio passato ใช้กับการกระทำที่เกิดก่อนประโยคหลักในอดีต หรือในเงื่อนไขอดีตที่ไม่เป็นจริง เช่น se avessi saputo...
Condizionale Passato เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลางสูง (B2) รูป conditional แบบประกอบ ใช้ present conditional ของ avere/essere ร่วมกับ past participle เพื่อพูดถึงสมมติฐานในอดีต ความปรารถนาที่ไม่เกิดขึ้นจริง และเหตุการณ์อนาคตจากมุมมองของอดีต เช่น disse che sarebbe venuto.
เงื่อนไขที่เป็นไปได้ (Periodo Ipotetico della Possibilità) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) รูปเงื่อนไขแบบที่สองสำหรับสถานการณ์ที่เป็นไปได้หรือไม่น่าจะเกิด: Se + congiuntivo imperfetto แล้วตามด้วย condizionale presente ใช้แสดงสถานการณ์สมมุติที่ยังเป็นไปได้ในปัจจุบันหรืออนาคต
Forma Passiva เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลางสูง (B2) รูปประโยค passive สร้างด้วย essere + past participle ซึ่งต้องสอดคล้องกับประธาน ผู้กระทำมักตามหลัง da และยังมีรูปทางเลือกกับ venire (เน้นเหตุการณ์) หรือ andare (เน้นความจำเป็น) โดยใช้ได้กับหลายกาล.
fare แบบก่อให้เกิดการกระทำ (Fare Causativo) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) ใช้ fare + infinitive เพื่อแสดงว่าทำให้ใครบางคนทำบางอย่าง หรือให้บางอย่างถูกทำ สรรพนามกรรมวางไว้หน้า fare ถ้ามีทั้งผู้กระทำและสิ่งที่ถูกกระทำ สิ่งที่ถูกกระทำมักเป็นกรรมรอง
การใช้ lasciare แบบก่อเหตุ/อนุญาต (Lasciare Causativo) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) ใช้ lasciare + infinitive เพื่อสื่อว่า “ปล่อยให้” หรือ “อนุญาตให้” ใครทำบางอย่าง คล้ายกับ fare causativo แต่เน้นการอนุญาตมากกว่าการทำให้เกิดเหตุการณ์ และสรรพนามจะวางไว้หน้า lasciare
Discorso Indiretto เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลางสูง (B2) การรายงานคำพูดของผู้อื่น โดยกาลของประโยคย่อยมักเปลี่ยนเมื่อกริยาหลักอยู่ในอดีต เช่น present → imperfect, passato prossimo → pluperfect, future → past conditional และคำบอกเวลา/สถานที่ก็อาจต้องเปลี่ยนตาม.
สันธานอนุประโยค (Congiunzioni Subordinanti) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) เป็นคำสันธานที่นำหน้าอนุประโยคย่อย ใช้กับมาลาบอกเล่า เช่น quando, mentre, perché, siccome, dato che และใช้กับมาลาสมมุติ เช่น affinché, benché, sebbene, prima che, senza che, a meno che
คำเชื่อมระดับข้อความ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) คำบ่งชี้วาทกรรมที่ใช้จัดโครงสร้างข้อความ เช่น inoltre (นอกจากนี้), tuttavia (อย่างไรก็ตาม), pertanto (ดังนั้น), in conclusione, da un lato...dall'altro, in primo luogo, infine และ comunque
เจรันด์ขั้นสูง เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) ใช้ gerundio เพื่อบอกเหตุ สภาพ วิธีการ เงื่อนไข หรือความยอมรับโดยไม่ต้องมีคำเชื่อมชัดเจน รูป gerundio แบบประกอบ (avendo/essendo + participio passato) ใช้แสดงเหตุการณ์ที่เกิดก่อน ประธานของวลี gerundio อาจต่างจากประโยคหลักได้เมื่อระบุสรรพนามอย่างชัดเจน
Participio Presente เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลางสูง (B2) รูปคำที่มีลักษณะเป็นคำคุณศัพท์เชิงกริยา สร้างด้วยปัจจัย -ante/-ente ใช้เป็นคำคุณศัพท์ได้ เช่น acqua corrente หรือเป็นคำนาม เช่น insegnante, cantante ส่วนการใช้แบบกริยาโดยตรงพบจำกัดและมักอยู่ในภาษาทางการหรือภาษาเขียน.
Trapassato Prossimo เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับกลางสูง (B2) pluperfect indicative ใช้ imperfect ของ avere/essere ร่วมกับ past participle เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เสร็จก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต สำคัญมากสำหรับการลำดับเหตุการณ์และการรายงานคำพูด.
สรรพนามสัมพันธ์ขั้นสูง (Pronomi Relativi Avanzati) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) ครอบคลุมโครงสร้างสัมพันธ์ขั้นสูง เช่น chi (ผู้ที่/ใครก็ตามที่), ciò che/quello che (สิ่งที่), il che (ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น) รวมถึงการใช้ cui เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ (il cui, la cui) และการระบุรายละเอียด
C1 (13)
Passato Remoto หรืออดีตกาลไกล เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีระดับสูง (C1) ใช้เล่าการกระทำที่เสร็จสิ้นแล้วและถูกมองว่าอยู่ห่างจากปัจจุบัน มักพบในวรรณกรรม งานเขียนทางการ และภาษาพูดบางภูมิภาค โดยเฉพาะทางตอนใต้ของอิตาลี
อดีตก่อนหน้า เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) เป็นกาลประกอบที่สร้างจาก passato remoto ของ avere/essere + participio passato ใช้ในภาษาอิตาลีเชิงวรรณกรรมหลังคำเชื่อมเวลา เช่น quando, dopo che, appena โดยประโยคหลักมักใช้ passato remoto
Futuro Anteriore เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับสูง (C1) กาลอนาคตสมบูรณ์แบบ ใช้รูปอนาคตของ avere/essere ร่วมกับ past participle เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นก่อนจุดอ้างอิงในอนาคต หรือใช้คาดคะเนเหตุการณ์ในอดีต เช่น sarà già partito = เขาคงออกไปแล้ว.
เงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ (Periodo Ipotetico dell'Irrealtà) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) รูปเงื่อนไขแบบที่สามสำหรับอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง: Se + congiuntivo trapassato แล้วตามด้วย condizionale passato ใช้พูดถึงสถานการณ์ในอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง และอาจผสมกับรูปเงื่อนไขแบบที่สองเมื่อเงื่อนไขอยู่ในอดีตแต่ผลยังเกี่ยวกับปัจจุบัน
สับจังก์ทีฟอิสระ (Congiuntivo Indipendente) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) การใช้สับจังก์ทีฟในประโยคหลักเพื่อแสดงความปรารถนา เช่น Magari! ความสงสัย เช่น Che sia vero? การกระตุ้นหรืออวยพร เช่น Che venga! หรือคำอุทาน มักใช้กับ che, magari หรืออยู่เดี่ยวๆ ในสำนวนตายตัว
รูปอินฟินิทีฟประกอบ (Infinito Composto) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) รูปอินฟินิทีฟอดีต: avere/essere + กริยาช่องอดีต ใช้หลังบุพบทเพื่อบอกว่าการกระทำเกิดก่อน เช่น dopo aver mangiato หรือในอนุประโยคพึ่งพา เช่น crede di aver capito เมื่อใช้กับกริยา essere กริยาช่องอดีตต้องสอดคล้องกับประธาน
Participio Passato Assoluto เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับสูง (C1) โครงสร้างที่ใช้ past participle แบบอิสระเพื่อบอกเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้วโดยไม่ต้องมีกริยาช่วย ทำหน้าที่คล้ายอนุประโยคย่อย และประธานอาจวางก่อนหรือหลังก็ได้ เช่น Finita la lezione, uscirono.
การย้ายตำแหน่งองค์ประกอบ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) การย้ายองค์ประกอบออกจากตำแหน่งปกติเพื่อเน้นหรือสร้างโครงสร้างหัวข้อ-ความเห็น มีทั้งการย้ายไปซ้าย (Il libro, l'ho letto) และการย้ายไปขวา (L'ho letto, il libro) โดยมักมีสรรพนามซ้ำ
ประโยคแยกเพื่อเน้น (Frase Scissa) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) การแยกประโยคเพื่อเน้นส่วนใดส่วนหนึ่ง: È + ส่วนที่เน้น + che + ส่วนที่เหลือ ใช้เน้นข้อมูลใหม่หรือข้อมูลที่ต้องการเปรียบต่าง มีรูปแบบใกล้เคียงคือ Quello che/Chi... è X
ความสอดคล้องของกาล เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) ความสัมพันธ์ของกาลที่ซับซ้อนระหว่างประโยคหลักกับอนุประโยค กาลของ congiuntivo ขึ้นอยู่กับกาลในประโยคหลักและความสัมพันธ์ทางเวลา เช่น เกิดพร้อมกัน เกิดก่อน หรือเกิดภายหลัง
Registro Formale เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับสูง (C1) ลักษณะของภาษาอิตาลีแบบทางการทั้งในการเขียนและการพูด เช่น การใช้ passato remoto แทน passato prossimo, การใช้รูป passive, โครงสร้างไม่ระบุประธาน, คำศัพท์เชิงวิชาการหรือราชการ, ไวยากรณ์ที่ซับซ้อน และการหลีกเลี่ยงรูปย่อ.
สำนวนขั้นสูง (Espressioni Idiomatiche Avanzate) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) สำนวนและสุภาษิตที่ซับซ้อนซึ่งจำเป็นต่อความคล่องแคล่วอย่างเป็นธรรมชาติ หลายสำนวนสร้างจาก fare, dare, andare, stare และ essere และมักต้องอาศัยความเข้าใจทางวัฒนธรรมจึงจะเข้าใจได้เต็มที่
คำกริยาเชิงสรรพนาม (Verbi Pronominali) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) เป็นคำกริยาที่มีสรรพนามติดอยู่ในตัวและทำให้ความหมายเปลี่ยนไป เช่น farcela (ทำได้สำเร็จ), andarsene (จากไป), cavarsela (เอาตัวรอดได้), prendersela (ถือสาหรือโกรธ), sentirsela (รู้สึกพร้อมหรือไหวที่จะทำ)
C2 (11)
อนาคตในอดีต (Futuro nel Passato) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) ใช้ condizionale passato เพื่อแสดงสิ่งที่เป็นอนาคตเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต จำเป็นมากในคำพูดอ้อมและการเล่าเรื่อง และต้องแยกจาก condizionale semplice ที่ใช้กับสถานการณ์สมมุติ
รูปภาษาเชิงวรรณกรรม (Forme Letterarie) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) รูปกริยาและสรรพนามแบบโบราณหรือเชิงวรรณกรรม เช่น egli/ella/esso แทน lui/lei ความไม่ปกติของ passato remoto รูปย่อเช่น dir แทน dire และ far แทน fare รวมถึงการใช้ futuro ในอนุประโยคเงื่อนไขแบบวรรณกรรม
อนาโคลูทอน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) โครงสร้างทางวากยสัมพันธ์ที่ประโยคเริ่มด้วยรูปแบบหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง พบได้บ่อยในภาษาอิตาลีพูด มักกล่าวหัวข้อก่อนแล้วรับด้วยสรรพนาม เช่น Mio fratello, lo conosci?
วากยสัมพันธ์แบบเน้น เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) ลำดับคำที่ไม่ใช่แบบปกติเพื่อสร้างผลทางวัจนปฏิบัติ เช่น กรรม-กริยา-ประธาน การย้ายส่วนเน้นไปหน้า และโซ่หัวข้อ ต้องเข้าใจโครงสร้างข้อมูลและความต่างระหว่างข้อมูลเดิมกับข้อมูลใหม่
ประโยคซับซ้อน (Periodo Complesso) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีระดับเชี่ยวชาญ (C2) ว่าด้วยประโยคที่มีหลายอนุประโยค ทั้งอนุประโยคซ้อน โครงสร้างประสาน และระดับการเชื่อมอนุประโยคที่หลากหลาย รวมถึงการรักษาความสอดคล้องของกาลระหว่างอนุประโยค และความแตกต่างระหว่างประโยคแบบค่อย ๆ สะสมข้อมูลกับประโยคแบบรอใจความหลักไว้ท้ายประโยค
รูปกริยาไม่จำกัดขั้นสูง เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) การใช้ infinito, gerundio และ participio อย่างซับซ้อนเพื่อย่ออนุประโยค รวมถึงโครงสร้างประธานโดยนัย วลีสัมบูรณ์ และรูปแบบการทำให้เป็นคำนามในภาษาอิตาลีทางการหรือภาษาเขียน
ความแตกต่างละเอียดของกริยาแสดงทัศนะ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) ความแตกต่างละเอียดระหว่างกริยาและมาลาแสดงทัศนะ เช่น sapere กับ potere สำหรับความสามารถ, dovere ในความหมายหน้าที่กับความน่าจะเป็น, รูปเงื่อนไขสำหรับความสุภาพกับความไม่แน่ใจ และ imperfetto สำหรับคำขอที่นุ่มนวล
Registro Colloquiale เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีในระดับเชี่ยวชาญ (C2) ลักษณะเด่นของภาษาพูดไม่เป็นทางการ เช่น การใช้ che ได้หลายหน้าที่ (Dimmi che viene = Dimmi quando viene), การย้ำคำเพื่อเน้น น้ำเสียงคำเชื่อมอย่าง tipo, cioè, praticamente, รูปคำที่ตัดสั้นลง และความต่างตามภูมิภาค.
ความแตกต่างตามภูมิภาค (Variazione Regionale) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) การตระหนักถึงความแตกต่างสำคัญตามภูมิภาค เช่น ภาคเหนือใช้ passato prossimo มากกว่าขณะที่ภาคใต้ยังใช้ passato remoto ความแตกต่างด้านคำศัพท์ เช่น anguria/cocomero ลักษณะการออกเสียง และสำนวนท้องถิ่น
ภาษาอิตาลีเชิงราชการ (Italiano Burocratico) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาอิตาลีระดับเชี่ยวชาญ (C2) ที่พบในเอกสารราชการ กฎหมาย และจดหมายทางการ จุดเด่นคือการใช้โครงสร้างกรรมวาจกแบบไม่ระบุตัวผู้กระทำ การทำกริยาให้เป็นคำนาม วลีตายตัว อนาคตกาลเชิงทางการ และสำนวนอ้อมค้อมที่ทำให้ข้อความดูเป็นทางการมากขึ้น
การอ้างคำพูดและวาทกรรม เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาอิตาลีที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) กลวิธีการอ้างคำพูดขั้นสูง เช่น วาทกรรมอ้อมแบบอิสระ ที่ผสมมุมมองของผู้เล่าและตัวละคร การใช้ปัจจุบันเชิงประวัติศาสตร์ในการเล่าเรื่อง และการใช้ภาษาเพื่อพูดถึงตัวภาษาเอง
พร้อมเริ่มเรียนอิตาลีแล้วหรือยัง? ลอง Settemila Lingue ฟรี — ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่มีข้อผูกมัด ดูรอบ ๆ ก่อนแล้วค่อยฝึกด้วยแฟลชการ์ดที่สร้างโดย AI
เริ่มต้นฟรี